ดีเดย์ 15 พ.ย.นี้! ฝากเงินสดผ่านตู้ ต้องเสียบบัตร ATM-เดบิต-เครดิต ป้องกันการฟอกเงิน



วานนี้ (17 ต.ค. 65) ธนาคารกรุงไทย ประชาสัมพันธ์ลูกค้าถึงการใช้บริการฝากเงินสดผ่านช่องทางตู้อัตโนมัติ (CDM หรือ ADM) ระบุว่า “เพื่อยกระดับความปลอดภัยในการทำธุรกรรม ตามกฎเกณฑ์หน่วยงาน ปปง. ลูกค้าต้องเสียบบัตรเดบิต (Debit) หรือบัตรเครดิต (Credit) และใส่ PIN ของผู้ฝากก่อนการฝากเงินสดที่เครื่องอัตโนมัติของทุกธนาคาร ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 เป็นต้นไป

สำหรับการฝากเงินสดที่ตู้อัตโนมัติ ตามโครงการ CDM AMLO จะต้องยืนยันตัวตนทุกครั้งที่ทำรายการ ด้วยบัตรเดบิต หรือบัตรเครดิตที่มีอยู่ และใส่รหัสบัตร (PIN) ก่อนการทำรายการฝากเงินสดที่ตู้อัตโนมัติทุกธนาคาร โดยสามารถใข้บัตรเดบิต หรือบัตรเครดิต ธนาคารใดก็ได้ จาก 11 ธนาคาร ดังนี้ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารทหารไทยธนชาต ธนาคารยูโอบี ธนาคารเกียรตินาคินภัทร ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ธนาคารออมสิน และธนาคารอาคารสงเคราะห์

ขณะที่ค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมประเภทดังกล่าว ไม่มีค่าธรรมเนียมสำหรับการใช้บัตรเพื่อยืนยันตัวตน แต่จะมีค่าธรรมเนียมในการฝากเงินสดแทน ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร ทั้งการฝากเข้าบัญชีธนาคารเดียวกัน และต่างธนาคาร

ส่วนลูกค้าธนาคารที่ไม่มีบัตรเดบิต หรือบัตรเครดิต ธนาคารฯ ให้รายละเอียดว่า ยังสามารถทำรายการฝากเงินสดได้ที่เคาน์เตอร์สาขาของธนาคาร รวมไปถึงตัวแทนธนาคาร (Banking Agent) ของแต่ละธนาคาร โดยยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชนของผู้ฝาก พร้อมเสียค่าธรรมเนียมการฝากเงินตามที่ธนาคารกำหนด

วานนี้ (17 ต.ค.) นางบุษกร ธีระปัญญาชัย ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายระบบการชำระเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ชี้แจงกรณีข่าวที่ธนาคารจะปรับขั้นตอนการฝากเงินผ่านเครื่อง CDM ซึ่งต้องมีการยืนยันตัวตนผ่านบัตรเดบิต บัตรเอทีเอ็มหรือบัตรเครดิต ทุกครั้ง โดยจะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย. เป็นต้นไป ว่า

เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย ของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตามที่ ปปง. ได้มีข้อชี้แจงวันนี้

ทั้งนี้ ธปท. จะเร่งให้ธนาคารพาณิชย์ดำเนินการพัฒนาระบบให้สามารถรองรับการยืนยันตัวตนรูปแบบอื่น ๆ เช่น การใช้บัตรประชาชน หรือการยืนยันตัวตนในลักษณะ cardless เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนทุกกลุ่มโดยเร็วต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ :
————————-
#เรื่องเล่าเช้านี้ (Morning News)
วันที่ 18 ตุลาคม 2567
ติดตามความเคลื่อนไหวข่าวสารก่อนใครได้ที่นี่
ch3plus :
facebook :
Twitter :
YouTube :

#3PlusNews #Ch3Plus #ข่าวช่อง3

Shopee แจ้งยกเลิกผูกบัญชีธนาคารถาวร หลังผู้เสียหายร้องถูกดูดเงิน เหยื่อโผล่อีกกว่า 50 ราย



Shopee ประกาศ ! แจ้งยกเลิกผูกบัญชีธนาคารอย่างถาวร ตั้งแต่ 6 ธ.ค. นี้ เป็นต้นไป หลังเกิดปัญหาบัญชีลูกค้าสูญเงิน โดยสามารถชำระเงินผ่านช่องทางอื่น ๆ ได้ปกติ ผู้เสียหายโผล่จำนวนมาก พบเงินถูกตัดออกจากบัญชีตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักแสนบาท แจ้งความแต่เรื่องเงียบ

ภายหลังจากที่มีผู้ร้องเรียนว่า ได้ใช้บริการผ่านแอปพลิเคชั่นช้อปปิ้งออนไลน์หนึ่ง โดยผูกบัญชีธนาคารเพื่อชำระค่าสินค้า ลูกค้าซึ่งเป็นผู้เสียหายทั่วประเทศจำนวนมาก ถูกตัดจ่ายอัตโนมัติไปยัง sips shopeepay (thailand) co.ltd ซึ่งโอนเงินออกจากบัญชี โดยที่เจ้าของบัญชีไม่ได้เป็นผู้ทำธุรกรรมและไม่มีการแจ้งยืนยัน OTP บางรายสูญเงินตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักแสนบาท โดยไม่ทราบสาเหตุ

ล่าสุดวานนี้ (5 ธ.ค.) เวลา 11.10 น.แอปพลิเคชันซื้อของออนไลน์ Shopee ส่งข้อความตรงถึงผู้ใช้แอปฯ ทุกคน โดยประกาศผ่านการแจ้งเตือนว่า ประกาศ : เปลี่ยนแปลงช่องทางการชำระเงิน Shopee จะเริ่มทำการปิดช่องทาง “การชำระผ่านบัญชีธนาคาร” เป็นการถาวร ตั้งแต่ 6 ธ.ค.65 เป็นต้นไป โดยคุณสามารถชำระเงินผ่านพร้อมเพย์, ShopeePay หรือช่องทางอื่นๆ ได้ตามปกติ

ตอนนี้มีผู้เสียหายเกือบร้อยราย ออกมาแสดงตัวและรวมตัวกัน ยอดมูลค่าเสียหายรวมกว่าล้านบาทแล้ว และมีผู้เสียหายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งกลุ่มผู้เสียหายได้ตั้งกลุ่มไลน์พุดคุยแลกเปลี่ยนความเห็น พร้อมช่วยกันรวบรวมหลักฐาน เพื่อจะรวมตัวกันไปร้องเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลายคนเข้าแจ้งความแล้ว แต่เรื่องยังเงียบและยังไม่ได้เงินคืนแม้แต่คนเดียว

ทีมข่าวได้คุยกับคุณแก้ว อายุ 30 ปี ผู้เสียหาย เผยว่า ตนผูกบัญชีธนาคาร ttb กับแอปช้อปปี้ เพราะไว้ซื้อสินค้าในแอปฯ และผูกไว้เพื่อรับเงินเนื่องจากตนเองทำอาชีพเสริมขายของผ่านแอปช้อปปี้ด้วย ที่ผ่านมาไม่มีปัญหาอะไร กระทั่งคืนวันที่ 23 พ.ย.65 เวลาประมาณตี 2 มีการแจ้งเตือนจากช้อปปี้ ว่าถูกเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ แอคเคาท์ รหัสผ่าน และพบว่ามีการสั่งซื้อสินค้าในแอปฯ ทั้งที่ตนไม่ได้เป็นคนสั่งซื้อหรือทำธุรกรรม

จากนั้นตนเข้าไปเช็คยอดเงินในบัญชีธนาคาร ttb พบว่าเงินถูกตัดออกไปจากบัญชีจำนวน 3 ครั้ง ในคืนวันที่ 23 พ.ย. 65 เวลา 02.10 น. 59,500 บาท / เวลา 02.11 น. 24,000 บาท /เวลา 02.17 น.37,400 บาท ซึ่งเหลือเงินในบัญชี 48,167 บาท ตนจึงรีบโอนเงินไปยังบัญชีธนาคาร SCB ซึ่งบัญชีนี้ก็ผูกกับแอปช้อปปี้เช่นกัน ปรากฎว่าในคืนวันเดียวกันก็ถูกตัดเงินออกจากบัญชีธนาคาร SCB จำนวน 3 ครั้ง ในเวลา 02.21 น. 10,000 บาท / 20,000 บาท / 20,000 บาท รวมสูญเงินไปทั้งหมด 175,293 บาท

ผู้เสียหายอีกรายหนึ่ง เผยว่า ตนแค่อยากได้โปรลดราคาที่ต้องซื้อและจ่ายผ่านแอปช้อปปี้เพย์ จึงผูกบัญชีไว้เพื่อใช้เติมเงิน wallet เท่านั้น ซึ่งก็จะมีรหัสให้กรอกทุกครั้ง โดยวันที่ 21 กรกฎาคม 65 เวลาประมาณตี 1 ตนสะดุ้งตื่นเพราะ sms alert ของธนาคารดังถี่ๆ มารู้ว่าเป็นรายการผ่านช้อปปี้ ตนจึงเข้าไปดูในแอปฯ ปรากฎว่ามีการซื้อบัตรเติมเกมเป็น 10 ใบ, ซื้อบัตรเติมเงิน, เติมเงินเข้าช้อปปี้เพย์ แล้วโอนไปเข้าบัญชีใครสักคน โดนหักเงินในบัญชีไป 13 ครั้ง รวมเป็นเงินจำนวน 28,390 บาท จึงได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองสมุทรสาคร

ตนพยายามติดต่อทางช้อปปี้ ทางนั้นก็ให้ไปติดต่อช้อปปี้เพย์ แจ้งว่าเป็นการดำเนินการผ่านช้อปปี้เพย์ พอตนโทรไปช้อปปี้เพย์ ก็บอกให้ตนติดต่อช้อปปี้ เพราะเป็นการซื้อของผ่านแอปฯ สุดท้ายช้อปปี้ ก็ให้ส่งหลักฐานเข้าไปพร้อมใบแจ้งความ ซึ่งได้คำตอบแค่ว่าเราน่าจะโดนแฮ็ก โดยหลังจากนี้จะเป็นไปตามขั้นตอนของฝ่ายกฎหมาย จากนั้นก็ไม่มีการติดต่อมาอีกเลย พอโทรเข้าไปใหม่ก็ให้ตนส่งเอกสารใหม่ เลยได้แต่ทำใจทำงานใช้หนี้เงินที่หายไป พร้อมระบุว่า ใครใช้บริการอยู่ไปยกเลิกเถอะ มันไม่ได้ปลอดภัยอย่างที่ระบบสมควรจะเป็นเลย จะได้ไปต้องมาเจอเหตุการณ์แบบเรา

อย่างไรก็ตาม ทางผู้เสียหายอยากให้คนที่โดนตัดเงินออกจากบัญชี ให้ออกมาแสดงตัวกันผลักดันเรื่องนี้ ช่วยกันโพสต์และแชร์ ติด #ทวงเงินคืนจากช้อปปี้ โดยวันนี้ (6 ธ.ค.) เวลาบ่าย 2 โมง ตัวแทนผู้เสียหายจะไปบริษัท ช้อปปี้ ประเทศไทย เพื่อยื่นเอกสารหลักฐานการแจ้งความ ตามที่ช้อปปี้แจ้งให้ยื่นตามกระบวนการ

และวันนี้ ( 6 ธ.ค ) เวลา 10.00 น. ผู้เสียหายรวมตัวกัน จะเข้าพบทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เพื่อปรึกษาแนวทางในการดำเนินคดีเบื้องต้น เตรียมเอาผิดช้อปปี้ จะให้ปิดแอปดังกล่าวตามกฎหมาย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หากไม่คืนเงินภายใน 3 วันโดยไม่มีเงื่อนไข

จากการสอบถามผู้เสียหายหลายราย หลักๆ แล้ว ส่วนใหญ่จะถูกหักเงินออกจากบัญชีธนาคารไปที่ Shopee Pay แยกออกไปหลายกรณี ดังนี้

1. มีการสั่งซื้อสินค้าในแอพShopee (ส่วนใหญ่เป็นสินค้าดิจิทัล) ที่ผู้เสียหายไม่ได้เป็นผู้สั่งเอง ไม่รับรู้รับทราบ และถูกตัดเงินออกจากบัญชี ShopeePay

2. มีการหักเงินจาก ShopeePay เพื่อชำระสินค้าหรือบริการนอกแอพShopee (เติมเกมส์ ซื้อแอพ เติมเงินโทรศัพท์ ฯลฯ) โดยผู้เสียหายไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการเอง

3. มีการโอนเงินจากบัญชี ShopeePay ไปยังบุคคลอื่น

4. มีการหักเงินจาก ShopeePay เพื่อชำระสินเชื่อ Spaylater แต่ยอดเงินไม่ไปถึงปลายทาง หรือมีการตัดเงินซ้ำซ้อน

อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ :
————————-
#เรื่องเล่าเช้านี้ (Morning News)
วันที่ 6 ธันวาคม 2567
ติดตามความเคลื่อนไหวข่าวสารก่อนใครได้ที่นี่
ch3plus :
facebook :
Twitter :
YouTube :

#3PlusNews #Ch3Plus #ข่าวช่อง3

ชิมช้อปใช้เฟส 3 รอบสูงวัยไม่คึกคัก ยอดลงทะเบียนวันแรกแค่ 9 หมื่น เปิดลงต่อจนกว่าจะครบ



ธนาคารกรุงไทย แจ้งถึงความคืบหน้าการเปิดลงทะเบียนชิมช้อปใช้เฟส 3 ซึ่งเปิดให้เฉพาะผู้สูงวัยอายุเกิน 60 ปีขึ้นไปมาลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 เป็นต้นไปจำนวน 500,000 คนนั้น

ปรากฎว่า การลงทะเบียนไม่ค่อยคึกคักเท่าที่ควร หลังมีนโยบายไม่แจกเงิน 1 พันบาท เนื่องจากเน้นกระตุ้นการใช้เงินกระเป๋า 2 เพื่อให้ได้รับเงินคืน โดยยอดลงทะเบียนชิมช้อปใช้สำหรับผู้สูงอายุ เมื่อวันที่ 17 พ.ย. ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. พบว่ามียอดลงทะเบียนจำนวน 90,175 สิทธิ์ โดยจะมีการเปิดให้ลงทะเบียนรับสิทธิ์ต่อไปจนกว่าจะครบจำนวน 500,000 ราย

รายละเอียดเพิ่มเติม

————————-
เรื่องเล่าเช้านี้ (Morning News)18 พฤศจิกายน 2562
ติดตามความเคลื่อนไหวข่าวสารได้ก่อนใครได้ที่นี่
เรื่องเล่าเช้านี้.com :
facebook :
Twitter :
Official LINE : @ruenglao

รายการ ย่อโลกเศรษฐกิจ – ยอดใช้จ่ายชิมช้อปใช้ช่วงปีใหม่พุ่งแตะ2.7หมื่นล้าน



พบกับรายการ ย่อโลกเศรษฐกิจ ทุกวันจันทร์-ศุกร์ ในทุกช่วงเวลาข่าว

ช่องทางติดตามสถานีข่าว TNN ช่อง16

Line @TNNThailand

ทันโลก ทันเศรษฐกิจ ทันทุกความจริง กับ TNNช่อง16 สถานีข่าวที่ถือหลักการของการนำเสนอข่าวตรงประเด็น รวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ และเป็นกลาง โดยทีมข่าวมืออาชีพ

พรุ่งนี้ต้องเปลี่ยนบัตรATMเป็น “ชิปการ์ด”



ธนาคารแห่งประเทศเตือนให้ประชาชนที่ถือ “บัตรเอทีเอ็ม” ที่เป็นแถบแม่เหล็กไปติดต่อธนาคารที่ออกบัตร เพื่อเปลี่ยนให้เป็นแบบ “ชิปการ์ด”ภายในวันพรุ่งนี้ โดยหากไม่เปลี่ยนจะไม่สามารถใช้บัตรเพื่อเบิกถอนเงินที่ตู้เอทีเอ็มได้ เงื่อนไขการเปลี่ยนบัตรเป็นอย่างไรไปติดตาม

ช่องทางติดตามสถานีข่าว TNN ช่อง16

Line @TNNThailand

ทันโลก ทันเศรษฐกิจ ทันทุกความจริง กับ TNNช่อง16 สถานีข่าวที่ถือหลักการของการนำเสนอข่าวตรงประเด็น รวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ และเป็นกลาง โดยทีมข่าวมืออาชีพ

รื้อลงทะเบียนบัตรคนจนรอบใหม่ คาดเข้าเกณฑ์ 15 ล้านคน ชี้คนจนเพิ่มขึ้นเพราะโควิด



คืบหน้าการเปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) รอบใหม่ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้เร่งรัดให้คณะอนุกรรมการทบทวนเงื่อนไข และหลักเกณฑ์การเปิดลงทะเบียนรอบใหม่ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อนำเสนอคณะกรรมการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อพิจารณาเห็นชอบ และนำไปสู่การเปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่

คาดว่าจะเปิดให้ลงทะเบียนในต้นปี 65 ซึ่งจะเป็นการลงทะเบียนใหม่ทั้งหมด ทั้งผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่แล้วในปัจจุบันที่มีอยู่ 13.65 ล้านคน และคนใหม่ที่ยังไม่เคยลงทะเบียน ดังนั้น หากเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติผู้มีรายได้น้อย หรือเป็นคนจนตามเงื่อนไข ก็สามารถลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้

คาดว่าจะมีผู้เข้าเกณฑ์หรือเงื่อนไขราว 15 ล้านคน เนื่องจากมีประชาชนได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 จำนวนมาก ถึงแม้รัฐบาลจะช่วยเยียวยา ฟื้นฟู เร่งสร้างอาชีพในทุกๆด้าน แต่การแพร่ระบาดโควิดกระทบในวงกว้างมาก ในความเป็นจริงของชีวิตไม่มีใครอยากจน ไม่มีรายได้

แต่เมื่อเกิดวิกฤติได้รับผลกระทบก็ต้องลงทะเบียนรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ต่อมามีงานทำ มีรายได้ ก็สามารถยุติการถือบัตรได้ ซึ่งกระทรวงการคลังจะทบทวนการถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทุกๆปี เพื่อให้สอดคล้องกับความเป็นจริงมากที่สุด

ซึ่งการเปิดลงทะเบียนรอบนี้ นอกจากปรับเกณฑ์คุณสมบัติใหม่ และรูปแบบการลงทะเบียนให้สะดวกขึ้นแล้ว จะว่าจ้างนักศึกษาที่เพิ่งจบ 10,000 คน มาลงพื้นที่สำรวจข้อมูลประชาชนที่ลงทะเบียน เพื่อให้ได้ข้อมูลที่รวดเร็วขึ้น และจะเข้าไปช่วยดูข้อมูลประชาชนบางกลุ่ม ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ที่ไม่สามารถลงทะเบียน ให้ได้รับการพิจารณาเข้าร่วมด้วย เพราะรัฐบาลตั้งใจช่วยเหลือประชาชนอย่างทั่วถึง ไม่ให้มีใครตกหล่น

อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ :
————————-
#เรื่องเล่าเช้านี้ (Morning News)
วันที่ 15 พฤศจิกายน 2567
ติดตามความเคลื่อนไหวข่าวสารก่อนใครได้ที่นี่
ch3plus :
facebook :
Twitter :
YouTube :

คลังดัน "ชิมช้อปใช้" เฟส 4 กระตุ้นเที่ยวก.พ.นี้ | 29 ม.ค.63 | TNN ข่าวเช้า



ช่องทางติดตามสถานีข่าว TNN ช่อง16

Line @TNNThailand

ทันโลก ทันเศรษฐกิจ ทันทุกความจริง กับ TNNช่อง16 สถานีข่าวที่ถือหลักการของการนำเสนอข่าวตรงประเด็น รวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ และเป็นกลาง โดยทีมข่าวมืออาชีพ

พลเมืองดีรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เก็บบัตร ATM ได้โพสต์ FB ไม่ปิดเลข โดนมิจฉาชีพเอาไปใช้สูญ 2 หมื่น



โคราช-นายภณกฤศ พลจันทึก อายุ 34 ปี พนักงานขายเครื่องดนตรี ในศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช พลเมืองดีเก็บบัตรเอทีเอ็มที่มีคนลืมเอาไว้คาเครื่องหลังใช้บริการ ก่อนนำไปโพสต์ลงโซเชียลตามหาเจ้าของ

แต่ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ได้โพสต์รูปภาพบัตรเอทีเอ็มไปโดยไม่ได้ปิดบังหมายเลขบัตร และหมายเลข 3 ตัวด้านหลังบัตร ทำให้มีมิจฉาชีพฉวยโอกาสนำหมายเลขบัตรเอทีเอ็มใบนี้ ไปซื้อสินค้าออนไลน์ ทำให้เจ้าของบัตรตัวจริงสูญเสียเงินในบัญชีไปจำนวนกว่า 20,000 บาท ซึ่งหลังเกิดเหตุตนได้ขอโทษเจ้าของบัตรตัวจริงแล้ว โดยเจ้าของบัตรไม่ได้ติดใจ และยังได้ขอบคุณตนที่ได้เก็บบัตรเอทีเอ็มมาคืนให้

หลังเกิดเหตุเจ้าของบัตรเอทีเอ็มได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา เพื่อให้ติดตามหามิจฉาชีพรายดังกล่าวแล้ว ทั้งนี้หากมิจฉาชีพทราบข่าวก็อยากให้ติดต่อนำเงินมาคืนเจ้าของบัตรเอทีเอ็มโดยเร็ว โดยหากนำมาคืนทางเจ้าของบัตรก็จะไม่เอาเรื่องแต่อย่างใด

รายละเอียดเพิ่มเติม
————————-
#เรื่องเล่าเช้านี้ (Morning News) 2 ตุลาคม 2563
ติดตามความเคลื่อนไหวข่าวสารได้ก่อนใครได้ที่นี่
เรื่องเล่าเช้านี้.com :
facebook :
Twitter :
Official LINE : @ruenglao
YouTube :

เตือนภัย ซื้อไดร์เป่าผมออนไลน์ เสียบปลั๊กใช้ไม่มีลมออก แต่กลายเป็นไดร์ไฟลุก!



คลิปจาก TikTok จากผู้ใช้ Oiwwi เผยเหตุการณ์สั่งซื้อไดร์เป่าผมจากช่องทางออนไลน์ เมื่อลองเสียบปลั๊ก ปรากฏว่าไม่มีลมออกมา แต่กลายเป็นประกายไฟออกมาแทน กลายเป็นไดร์ไฟลุก ซึ่งถือเป็นเรื่องอันตรายต่อผู้ใช้เป็นอย่างยิ่ง โชคดีที่ยังไม่นำไดร์มาจ่อเป่าที่ผม จึงนำคลิปมาเตือนเป็นอุทาหรณ์ในการซื้อสินค้าทางออนไลน์

อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ :
————————-
#เรื่องเล่าเช้านี้​ (Morning News)
วันที่ 12 พฤษภาคม 2567
ติดตามความเคลื่อนไหวข่าวสารก่อนใครได้ที่นี่
ch3plus :
facebook :
Twitter :
YouTube :

เลิกฮิต? ชิมช้อปใช้เฟส 3 กระแสแผ่ว 16 พ.ย. รอบ 06.00 น. ลงทะเบียนยังไม่เต็ม

วันที่ 16 พ.ย. เป็นวันที่ชิมช้อปใช้เฟว 3 เปิดลงทะเบียนรอบเก็บตก รอบ 06.00 น. อัพเดทยอดลงทะเบียน ณ เวลา 11.27 น. มีผู้ลงทะเบียนอยู่ที่ 115,795 คน ซึ่งในรอบรับยอดเต็มอยู่ที่ 120,000 คน ซึ่งสำหรับวันนี้มี 2 รอบ คือ 06.00 น. และ 18.00 น. รอบละ 120,000 คน

และในวันอาทิตย์ที่ 17 พ.ย. จะถือว่าเป็นวันพิเศษ จะมีการเปิดลงทะเบียนเฉพาะผู้ที่อายุ 60 ปี ขึ้นไป จำนวน 500,000 คน ซึ่งจะเปิดเพียงรอบเดียว เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป

รายละเอียดเพิ่มเติม
————————-
เรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ (Morning News) 16 พฤศจิกายน 25602
ติดตามความเคลื่อนไหวข่าวสารได้ก่อนใครได้ที่นี่
เรื่องเล่าเช้านี้.com :
facebook :
Twitter :
Official LINE : @ruenglao